poem
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ novel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ novel แสดงบทความทั้งหมด

Rita Hayworth and the Shawshank Redemption : Stephen King [3]

    ธุลีดิน : พากษ์ไทย

III

ง่ายอย่างนั้น และเขาถูกตัดสินให้ใช้ชีวิตที่เหลือในเรือนจำชอว์แช็งค์ - หรือบางส่วนของชีวิตเท่าที่มี ห้าปีต่อมาเริ่มมีเค้าว่าเขาจะได้รับทันฑ์บน และได้งานประจำที่เบาลงในฐานะนักโทษชั้นดี การจะพ้นออกไปจากเรือนจำชอว์แช็งค์โดยที่พระคุณมีประทับฆาตกรรมบนบัตรผ่านเป็นเรื่องแช่มช้า แช่มช้ามิต่างธารน้ำเซาะแก่งหิน มีชายเจ็ดคนนั่งเป็นคณะกรรมการ มากกว่าสองเป็นคนจากเรือนจำรัฐ และทั้งเจ็ดเล่นยาก ยากเย็นมิต่างมองหาน้ำปุดจากตาน้ำในบ่อน้ำแร่สักแห่ง  พวกเขาซื้อไม่ได้ มิพักพูดโอ้โลมปฏิโลม อย่าได้ร่ำไห้ขอความเห็นใจ ตามแต่พวกเขาจะพิจารณา เงินตราไม่สามารถมิอาจวิ่งเต้น แต่สำหรับแอนดี้เป็นเรื่องแตกต่างออกไป...เป็นเรื่องที่เกล้ากระผมกำลังจะเล่าจากนี้

มีนายคนที่เชื่อได้ ชื่อเคนดริกส์ นายคนนี้ติดค้างเงินเกล้ากระผมอยู่จำนวนหนึ่ง และเขาใช้เวลาสี่ปีกว่าจะคืนหมด  เกล้ากระผมได้รับดอกเบี้ยเป็นข่าวสารในสายงานของเกล้ากระผม ม่องเท่งแน่ขอรับหากพระคุณมิอาจหาหนทางทาบใบหูไว้กับพื้น นายเคนดริกส์เป็นคนลงบันทึกซึ่งเกล้ากระผมแขยงไม่เคยอยากพบเห็นผลของตราประทับนั่น

เคนดริกส์บอกกับเกล้ากระผมว่าคณะกรรมการลงคะแนนเสียง 7-0 ปฏิเสธแอนดี้ ดูเฟรซ์นในปี 1957, 6-1 ปี '58, 7-0 อีกทีปี '59, และ 5-2 ปี '60 หลังจากนั้นเกล้ากระผมไม่ทราบ ทราบแค่ว่าสิบหกปีต่อมาเขายังอยู่ห้อง 14 แดน 5 จากเวลานั้น - 1957 - ตอนเขา 57 คณะกรรมการอาจเกิดมีหัวจิตหัวใจปล่อยเขาออกมาสักปี 1983 พวกเขาคืนชีวิตให้พระคุณ ให้สิ่งที่พรากไป อย่างไรก็ตาม มันอาจไม่เป็นเยี่ยงนั้น...

เอ่อ โปรดสดับรับฟัง เกล้ากระผมรู้จักนายอีกคน เชอร์วู้ด โบล์ตั้น นั่นเคยเป็นชื่อของเขา เขาเลี้ยงนกพิราบไว้ในห้อง จาก 1945 ถึง 1953 ตอนพวกเขาปล่อยแกออกไป แกยังมีเจ้าพิราบ แน่ล่ะแกไม่ใช่เบิร์ดแมนจากคุกอัลคาทาส แกก็แค่เลี้ยงนกพิราบ เจค แกเรียกมันอย่างนั้น แกปล่อยเจคเป็นอิสระหนึ่งวันก่อนแกออกจากคุก เชอร์วู้ดจะต้องเดินออกไปแต่เจคบินออกไป สวยงามเท่าที่พระคุณจะจินตนาการ หนึ่งสัปดาห์หลังจากเชอร์วู้ดออกไปจากครอบครัวน้อยน่ารักของเรา สหายคนหนึ่งเรียกเกล้ากระผมไปทางตะวันตกของสนามที่ซึ่งเชอร์วู้ดโต๋เต๋เป็นประจำ  เจ้านกแน่นิ่งยับเยินมิต่างเศษขนบนผ้าปูที่นอนโสโครก มันแห้งกร๋อง สหายถามเกล้ากระผม  "นั่นมันเจคใช่ไหมวะ เรด" แหงล่ะ เจ้านกนั่นม่องมิต่างก้อนขี้

เกล้ากระผมจดจำวันที่แอนดี้ ดูเฟรซ์นโผล่มาคุยกับเกล้ากระผมได้ดี จำได้คล้ายเพิ่งผ่านไปวันวานนี่เอง ไม่ใช่ตอนที่โผล่มาถามหาริต้า เฮย์เวิร์ธดอกนะ นั่นน่ะที่หลัง ฤดูร้อนปี 1948 เขาโผล่มาเรื่องอื่น

ธุรกิจเล็ก ๆ ของเกล้ากระผมโดยมากกระทำกันในสนามออกกำลังกาย เรื่องนี้ก็ที่นั่นแหละ สนามของเราใหญ่เอาการ ใหญ่กว่าที่อื่น ๆ จัตุรัสด้านเท่า แต่ละด้านยาวเก้าสิบหลา ทางทิศเหนือเป็นกำแพงสูง มีป้อมยามตรงปลายทั้งสอง ผู้คุมประจำการพร้อมกล้องส่องและปืนปราบจราจล ประตูใหญ่อยู่ทางกำแพงทิศเหนือนั่น ท่าขนถ่ายอยู่ทิศใต้ของสนาม มีห้าจุด เรือนจำชอว์แช็งค์เป็นสถานที่พลุกพล่านเอาการระหว่างสัปดาห์มีรถขนถ่ายเข้าออกตลอดเวลา เรามีโรงงานตรายาง และโรงซักรีดขนาดใหญ่ดูแลเสื้อผ้านักโทษทั้งหมด รวมทั้งโรงพยาบาลคิตเทอร์รี่รีซีฟวิ่งและอีเลียตเนอร์ซิ่งโฮม ยังมีโรงซ่อมรถขนาดใหญ่สำหรับรถของส่วนราชการ มิพักเอ่ยถึงรถส่วนตัวของพนักงาน เจ้าหน้าที่บริหาร และบ่อยครั้งของคณะกรรมการทัณฑ์บนพวกนั้น

ฟากตะวันออกเป็นกำแพงหินหนาเต็มด้วยช่องเล็ก ๆ แดน 5 อยู่อีกด้านของกำแพง ฝั่งตะวันตกเป็นสำนักงานบริหารและโรงพยาบาล เรือนจำชอว์แช็งค์ไม่เคยมีนักโทษเต็มอัตรา ย้อนไปปี '48 มากสุดแค่ประมาณสองในสาม ช่วงเวลาพักผ่อนจะมีสักแปดสิบถึงร้อยยี่สิบคนในสนาม เล่นเตะบอลไม่ก็เบสบอล ทำเรื่องไร้สาระ จ้องหน้าหาเรื่องกัน ไม่ก็ตกลงการค้า วันอาทิตย์จะคึกคักสักหน่อย วันอาทิตย์จะดูคล้ายสโมสรสุดสัปดาห์ ก็หากว่ามีสุภาพสตรีร่วมด้วยล่ะนะ

เป็นวันอาทิตย์ที่แอนดี้โผล่มาหาเกล้ากระผม เกล้ากระผมเพิ่งผละคุยกับเอลมอร์ อาร์มิเทตสหายหนุ่มผู้เรียกง่ายใช้คล่องเรื่องว่าด้วยวิทยุตอนแอนดี้โผล่มา เกล้ากระผมรู้ดีว่าเขาเป็นใคร แน่ล่ะเวลานั้นเขามีชื่อเสียงเรื่องจมูกเชิดไม่คบใคร พรรคพวกพูดกันว่าเขาเป็นตัวปัญหา หนึ่งในเจ้ากรมนินทาที่ว่าคือบ็อกส์ ไดมอนด์ ตัวร้าย แอนดี้ไม่มีเพื่อนร่วมห้องขัง ได้ยินว่าเขาก็ต้องการให้เป็นเยี่ยงนั้น ลือกันไปว่าเขาคิดว่าอึของเขาหอมหวานกว่าชาวบ้าน แต่สำหรับกับเกล้ากระผมหามีความจำเป็นที่จะต้องฟังคำพวกนั้นก็เมื่อเกล้ากระผมสามารถพินิจพิจารณาได้ด้วยตัวเอง "สวัสดี"  เขาทัก  "ผมชื่อแอดดี้ ดูเฟรซ์น"  เขายื่นมือและเกล้ากระผมจับเขย่า เขาไม่ใช่พวกช่างจ้อ เข้าเรื่องเลย  "ผมได้ยินว่าคุณรู้ว่าจะจัดหาสิ่งของได้อย่างไร"

เกล้ากระผมเห็นด้วยว่าความสามารถเรื่องจัดหาข้าวของของเกล้ากระผมไม่ธรรมดา

"คุณทำได้อย่างไร"  แอนดี้ถาม

"บางทีนะ"  เกล้ากระผมบอก  "มันก็แค่ร่วงลงบนมือผมเอง ยากจะบรรยาย ไม่ก็แบบว่าเพราะผมรวยเอาเรื่อง"

เขาอมยิ้ม  "คุณพอจะจัดหาค้อนสกัดหินได้มั้ย"

"มันหน้าตายังไง  และแกจะใช้มันทำอะไร"

แอนดี้ท่าทางแปลกใจ  "ช่างซักก็เป็นธุรกิจของคุณด้วยหรือ"  พูดอย่างนี้เองที่ทำให้แอนดี้โด่งดังเรื่องเย่อหยิ่งหัวสูงคบยาก แต่เกล้ากระผมกลับรู้สึกว่ามีอารมณ์ขันเล็ก ๆ ในคำถามนั่น

"ฟังนะพวก"  เกล้ากระผมบอก  "ก็หากแกต้องการแปรงสีฟัน อั้วะจะไม่ถามอะไรเลย แค่บอกราคา เพราะว่าแปรงสีฟันมันไม่ใช่อาวุธ"

"ระมัดระวังเรื่องวัตถุที่ใช้เป็นอาวุธว่างั้น"

"แหงล่ะ"

อย่างกับเทปการแข่งขันเบสบอลเก่า ๆ เล่นขึ้นตรงหน้าเรา เขาโดดคว้า เป็นการเคลื่อนไหวที่แฟรงค์ มัลโซนจะต้องภาคภูมิใจ แอนดี้ขว้างบอลกลับไปที่มันมา รวดเร็วและดูเป็นธรรมชาติเป็นการขว้างที่เหยาะมัสตาร์ดไว้นิดหน่อย ประมาณนั้น หลายคนจ้องมองเราอยู่ อาจบางทีรวมทั้งยามบนหอสังเกตการณ์ เกล้ากระผมไม่ใช่ประเภทหาเหาใส่หัว ทุกเรือนจำมีนักโทษจำพวกขาใหญ่ สี่หรือห้าคนในเรือนจำเล็ก ๆ สองถึงสามโหลในเรือนจำใหญ่ ที่ชอว์แช็งค์นี่เกล้ากระผมจัดว่าเข้าข่ายนิดหน่อย และคิดว่าแอนดี้ ดูเฟรซ์นก็คงต้องหาทางจัดการกับวันเวลาของเขาที่นี่ เขาอาจรู้ดีแต่ไม่คุกเข่าลงคารวะหรือเลียแข้งเลียขาเกล้ากระผม และเกล้ากระผมนับถือเขาเรื่องนี้

"เข้าใจล่ะ ผมจะบอกให้ว่ามันเป็นอะไรและใช้ทำอะไร ค้อนสกัดหินคล้ายพลั่วเล็ก ๆ ยาวนิดหน่อย"  เขาทำมือว่าสักฟุต และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมสังเกตเห็นว่าเล็บของเขาเรียบร้อยเนียนเนี้ยบ "ปลายด้านนึงคมแบน อีกด้านทื่อ ผมอยากได้มันเพราะผมชอบหิน"

"หิน"  เกล้ากระผมพูด

"ลองนั่งลงสักครู่สิ"  เขาบอก

เกล้ากระผมทำตาม เรานั่งยองเหมือนอินเดียน แอนดี้กอบผงดินขึ้นมาแล้วร่อนมันบนมือขาวเนียน ฝุ่นร่วงฟุ้ง เหลือกรวดเล็ก ๆ บนฝ่ามือ หนึ่งหรือสองมีประกายที่เหลือเรียบด้านและดูงั้น ๆ ชิ้นเรียบด้านคือควอตซ์ แต่ยังดูด้านจนกว่าพระคุณจะขัดมัน แล้วมันจะทอประกายวาววับ แอนดี้เช็ดมันแล้วโยนให้เกล้ากระผม เกล้ากระผมรับไว้

"หินควอตซ์แน่ ๆ"  เขาพูด  "และดูนี่ แผ่นหินไมก้า ผงแกรนิต ที่นี่เต็มด้วยชั้นหินปูน คงเกิดจากตอนปรับเนินเขาสร้างที่นี่"  เขาโยนมันทิ้งแล้วปัดมือ  "ผมเป็นนักสะสมหิน อย่างน้อย..ก็เคยเป็นครั้งคืนวันเก่า ๆ ผมคิดว่าจะลองเป็นอีกสักที แบบว่างานอดิเรก"

"ผจญภัยวันหยุดในสนามออกกำลังกายรึไง"  เกล้ากระผมถาม ขยับลุกขึ้น เป็นความคิดงี่เง่าและก็...เห็นเจ้าหินควอตซ์จิ๋วนั่นชวนเกล้ากระผมคันหัวใจ ไม่รู้เป็นไง อาจแค่รู้สึกว่าได้ติดต่อกับโลกภายนอกขณะที่เราไม่ได้เห็นพื้นสนามเป็นพื้นสนามอย่างที่มันเป็น ควอตซ์เป็นอะไรเล็ก ๆ ที่วิ่งผ่านเข้ามา

"ผจญภัยวันหยุด เล็ก ๆ น้อย ๆ ดีกว่าไม่ทำอะไรเสียเลย"  เขาพูด

"แกอาจเอามันไปฝังในกระดูกใครสักคน"  เกล้ากระผมตั้งแง่

"ผมไม่มีศัตรู"  เขาสวนทันควัน

"ไม่มี"  เกล้ากระผมยิ้ม  "รออีกสักพักเหอะ"

"ก็หากมีปัญหา ผมสามารถจัดการได้โดยมิพักใช้ค้อนสกัดหิน"

"บางทีแกอาจคิดหนี มุดใต้กำแพง ก็หากแกลงมือ-"  เขาหัวร่ออย่างสุภาพ ตอนเกล้ากระผมพบเห็นเจ้าค้อนสกัดหินนั่นสามสัปดาห์ต่อมา เกล้ากระผมจึงค่อยเข้าใจ        

"แกรู้มั้ย"  เกล้ากระผมพูด  "หากถูกพบเห็นเข้านายเขาก็จะยึดมันซะ หากพวกเขาพบแกพกช้อน พวกเขาก็จะยึดมัน แกจะทำไง นั่งลงบนสนามแล้วลงมือขุดรึไง"

"โอ ผมคิดว่าผมทำได้ดีกว่านั้นนะ"

เกล้ากระผมพยักหน้า ยังไงก็เถอะ นั่นไม่เกี่ยวกับธุรกิจของเกล้ากระผม คนโดยมากใช้บริการก็เพราะเขาต้องการของบางอย่าง เขาจะเก็บรักษามันไว้ได้หรือไม่หาใช่กงการใดของเกล้ากระผมเลย

"ของนั่นราคาสักเท่าไร"  เกล้ากระผมถาม  เริ่มคุ้นกับท่าทีเงียบขรึมของเขา ก็หากพระคุณจ่อมอยู่ในคุกสักสิบปีอย่างเกล้ากระผม พระคุณจะนึกรำคาญพวกตะโกนใส่กันพวกคุยโม้โอ้อวดและโวยวาย ใช่เลย เรียนตามตรง เกล้ากระผมนึกชอบใจแอนดี้ตั้งแต่แรกสนทนา

"แปดเหรียญในร้านขายเครื่องมือเจียระไนเพชรพลอย"  เขาบอก  "ผมทราบดีคุณจะต้องบวกราคาเพิ่ม"

"บวกเพิ่มสิบเปอร์เซ็นต์แต่จะต้องเพิ่มอีกนิดหน่อยสำหรับของจำพวกอันตรายอย่างที่แกว่า ค่าน้ำมันหล่อลื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาเป็นว่าสักสิบเหรียญเป็นไง"

"ตกลงสิบ"

เกล้ากระผมจ้องเขา อมยิ้ม  "แกมีสิบเหรียญรึ"

"มี"  เขาตอบทันควัน

อีกนานหลังจากนั้น เกล้ากระผมค่อยพบว่าเขามีมากกว่าห้าร้อย เขาพกมันมาด้วย เมื่อพระคุณลงทะเบียนเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ ผู้คุมจะบังคับให้พระคุณโก้งโค้งและตรวจค้น แต่เพราะความที่คนจำนวนไม่น้อย เลยไม่ได้กระทำโดยเคร่งครัด คนใจถึงอาจเอาของชิ้นใหญ่เข้ามาเว้นแต่คนตรวจเกิดมีอารมณ์อยากจิ้มถุงมือยางเข้าไปตรวจค้น

"ตกลง"  เกล้ากระผมพูด  "รู้นะว่าหากแกถูกจับได้"

"พอรู้"  เขากล่าว และประกายตาบอกว่าเขารู้ว่าเกล้ากระผมจะกล่าวอะไร ดูเหมือนแววตานั่นแฝงเย้ยหยันอยู่บ้าง

"หากแกถูกจับแกจะต้องบอกว่าเจอได้ ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น พวกเขาจะเอาแกขังซอยสักสามหรือสี่สัปดาห์...รวมถึง แน่ล่ะ ของเล่นแกถูกยึดและแกจะถูกขึ้นบัญชีดำ หากแกโบ้ยมาที่ข้า เราจะไม่ทำธุรกิจกันอีกต่อไป ไม่แม้จะเป็นเชือกผูกรองเท้าสักคู่หรือเบอร์เกอร์สักถุง และข้าจะส่งพรรคพวกคอยอบรมบ่มนิสัยแก ข้าไม่ใช่พวกนิยมความรุนแรงดอกนะ แต่แกต้องเข้าใจสถานภาพอย่างข้า ชูคออยู่แถวนี้หากจัดการเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เป็นเสร็จกัน

"เออนา ผมเข้าใจ มิพักกังวล"

"ข้าไม่ได้กังวล"  เกล้ากระผมพูด  "ในสถานที่เยี่ยงนี้ไม่มีความกังวลให้หลงเหลือ"

เขาพยักหน้าและเดินจากไป ถัดมาสามวัน เขาเดินประชิดข้างเกล้ากระผมในสนามออกกำลังกายตอนช่วงพักซักผ้าเช้า ไม่พูดจาไม่มองทาง ยัดภาพพณ อเล็กซานเดอร์ แฮมมิลตันใส่มือเกล้ากระผม แนบเนียนมิต่างนักมายากลเล่นกลไพ่ เขานับว่าปรับตัวได้รวดเร็ว เกล้ากระผมส่งค้อนสลักหินให้เขา ได้มาแต่คืนก่อน และเป็นอย่างที่เขาบอก มันไม่ใช่เครื่องมือใช้หลบหนี (คงต้องใช้เวลาสักหกร้อยปีหาใครสักคนคิดใช้มันเจาะอุโมงค์ลอดใต้กำแพง) แต่ก็ตะหงิดตะหงิด หากพระคุณฝังไอ้นั่นไว้ในหัวใครสักคน เจ้านั่นเป็นอันอดฟังฟิบเบอร์ แม็คจีและมอลลี่จากวิทยุอีกต่อไป และแอนดี้ก็มีปัญหากับพวกสาว ๆ เสียด้วย หวังว่าไม่ใช่พวกหล่อนที่แอนดี้จะใช้เจ้าค้อนสกัดหินนั่น

ที่สุด เกล้ากระผมเชื่อว่าดูไม่ผิด เช้าวันถัดยี่สิบนาทีก่อนแตรปลุกจะดัง เกล้ากระผมส่งค้อนสกัดหินและแพ็คบุหรี่คาเมลให้เออร์นี่ ทีมงานเก่าแก่เชื่อถือได้ เขาเป็นคนกวาดทำความสะอาดแดน 5 จนวันรับอิสรภาพในปี 1956 เขารับมันสอดในเสื้อคลุมมิพักสอบถาม และเกล้ากระผมก็ไม่เห็นเจ้าค้อนสกัดหินนั่นอีกเลยร่วมสิบเก้าปีกระทั่งมันผ่าสิไม่เหลือสารรูป

อาทิตย์ถัดแอนดี้เดินมาหาเกล้ากระผมบนสนามออกกำลังกายอีก สภาพดูไม่ได้ เรียนพระคุณ ริมฝีปากล่างของเขาบวมใหญ่ยังกะไส้กรอกหน้าร้อน ตาขวาปิดไปครึ่งหนึ่ง รอยแผลขูดข่วนน่าเกลียดบนแก้ม เขามีปัญหากับพวกสาว ๆ แต่ไม่เคยพูดถึงมัน  "ขอบคุณสำหรับเครื่องมือนั่น"  เขาพูดและเดินจากไป

เกล้ากระผมมองตามฉงนฉงาย เขาเดินไปสองสามก้าว เห็นบางอย่างบนฝุ่นพื้น ก้มลงเก็บ มันเป็นหินก้อนเล็ก ความผ่อนคลายเล็ก ๆ นอกไปจากเสียงเตือนเวลาเลิกงาน ไม่ต้องพกกะตังค์ ก็มีหนทางเล็ก ๆ ของแต่ละคน เจ้าก้อนกรวดนั่นหายไปในแขนเสื้อแอนดี้ เกล้ากระผมชื่นชมหนทางเยี่ยงนั้น...ชื่นชมเขา เว้นจากปัญหาที่เขากำลังเผชิญ เขากำลังดำเนินชีวิต มีเป็นพันคนที่ไม่หรือไม่คิดหรือไม่อาจกระทำ และมีคนจำพวกนี้อีกมากหาได้อยู่ในคุกเสียซ้ำ และเกล้ากระผมพบว่าถึงหน้าเขาจะยับเยินอย่างกับโดนพายุยำมา มือของเขาก็ยังสะอาดสะอ้านและเล็บขริบเรียบ

เกล้ากระผมไม่ค่อยได้พบเขาบ่อยนักช่วงหกเดือนต่อมา โดยมากแอนดี้ผ่านวันเวลานั้นด้วยโดนขังเดี่ยว

****
(มีต่อ)

Rita Hayworth and the Shawshank Redemption : Stephen King [2]

ธุลีดิน พากษ์ไทย
II
ตอนที่แอนดี้มาชอว์แช็งค์ในปี 1948 เขาอายุสามสิบ ตัวเล็กดูเนี้ยบเนียนผมสีทราย มือไม้บอบบางสะอาดสะอ้าน ปลายเล็บขริบสั้นตลอดเวลา น่าขันที่เกล้ากระผมจดจำผู้ชายสักคนในลักษณะนั้น แต่หากจะกล่าวถึงแอนดี้สำหรับเกล้ากระผมก็คงอย่างนั้นล่ะ เขาดูเหมือนว่าสวมเน็คไทอยู่ตลอดเวลา กับอีกซีกโลกที่จากมา เขาเป็นรองประธานบริหารฝ่ายสินเชื่อของธนาคารพอร์ตแลนด์ งานที่ดีสำหรับคนในวัยอย่างเขา เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระคุณตระหนักว่าคนในวงการธนาคารเหล่านั้นเป็นนัก อนุรักษ์นิยมเพียงไร และพระคุณจะต้องทบทวีหลักการอนุรักษ์นิยมนั่นอีกสักสิบเท่าเมื่อจะต้องผ่าน ไปทางนิวอิงแลนด์ที่ซึ่งผู้คนมิยินยอมไว้ใจชายหนุ่มเรื่องการเงินนอกเสีย จากว่าจะก้มกระหม่อมบาง ๆ คลานเข้าไปเลียแข้งเลียขา  แอนดี้เข้ามาเพราะเหตุฆาตกรรมภริยาและชู้รักของหล่อน

ผมว่านะ เขาเคยบอก ทุกคนในที่นี้บริสุทธิ์ โอ พวกเขาอ่านพระคัมภีร์ เอาอย่างพฤติกรรมพวกโฮลี่โรเรอร์สจากทีวี อ่านพระพันธสัญญาใหม่ พวกเขาเป็นเหยื่อของพวกผู้พิพากษาที่หัวใจแกะจากศิลาและหัวไม้ขีดไฟ ทนายสั่ว ๆ ตำรวจชั่วยัดข้อหา โชคไม่ช่วย พวกเขาอ่านพระคัมภีร์ แต่พระคุณอาจเล็งเห็นพระคัมภีร์ที่แตกต่างกันฉาบฉายบนใบหน้าของพวกเขา ความตลบแตลงต้นทุนต่ำ ไม่ดีกับพวกเขาหรือใครทั้งนั้น แย่ไปกว่านั้นเป็นมารดาของพวกเขาเองที่ส่งพวกเขามาที่นี่

ตลอดหลายปีที่เกล้ากระผมอยู่ในชอว์แช็งค์  มีน้อยกว่าสิบคนที่เกล้ากระผมนึกเชื่อขี้ปากเมื่อพวกเขาบอกว่าบริสุทธิ์ นับแอนดี้ ดูเฟรซ์นด้วยคนหนึ่ง แต่นั่นเป็นเพราะเกล้ากระผมดูจากพฤติกรรมในหลายขวบปีของเขา หากเกล้ากระผมอยู่ในคอกคณะลูกขุนนั่งฟังคำไขคดีในศาลสูงเมืองพอร์ตแลนด์ ระหว่างช่วงสัปดาห์พายุถล่มในปี 1947-48, เกล้ากระผมก็คงจะต้องโหวตให้มีความผิด เยี่ยงกัน

ชีวิตไม่มีเรื่องดีไปเสียทั้งหมด คงต้องมีบ้างที่ผิดฝาผิดตัวเข้าไปอยู่ผิดที่ผิดทาง  มีสาวสังคมงามเพียบพร้อม (มรณกรรม) มีนักกีฬาท้องถิ่น (มรณกรรมเช่นกัน) และนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอยู่ในคอกจำเลย เรื่องเป็นอย่างนี้ ด้วยแรงโหมกระพือของหนังสือพิมพ์ ดำเนินการสืบสวนทั้งทางตรงและทางลับ กระบวนการเสร็จสิ้นอย่างรวบรัดฉับไวเพราะอัยการรัฐต้องการให้สภาคองเกรสชื่น ชมและดูดีในสายตาสาธารณชน มันเป็นละครสัตว์ชั้นยอด มีผู้สังเกตการณ์มาตั้งแถวตั้งแต่ตีสี่ทั้งที่อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์เพื่อให้ มั่นใจว่าจะได้ที่นั่ง

การฟ้องร้องที่แอนดี้ไม่เคยได้แก้ต่างเป็นกระนี้ เมียเขาคือลินดา คอลลินส์ ดูเฟรซ์น กลางเดือนมิถุนายน ปี 1947 หล่อนทุ่มเทความสนใจฝึกตีกอล์ฟที่ฟอลเมาธ์ฮิลล์สคันทรี่คลับ หล่อนสมัครคอร์สสี่เดือนซึ่งผู้สอนเป็นระดับมืออาชีพของฟอลเมาธ์ฮิลล์ส เกรน ควอนติน ล่วงเข้าเดือนสิงหาคม ปี 1947 แอนดี้เริ่มระแคะระคายว่าควอนตินกับภรรยาของเขาเล่นชู้กัน เป็นเหตุให้แอนดี้และลินดา ดูเฟรซ์นมีปากเสียงในบ่ายวันที่ 10 กันยายน 1947 ว่าด้วยเรื่องที่หล่อนนอกใจ

เขาให้การว่าลินดามีความยินดีที่เขารู้เรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ นี่ แม้จะเป็นเรื่องน่าเจ็บปวด หล่อนบอก และบอกแอนดี้ว่าหล่อนเตรียมจะนัดไปหย่าที่สำนักงานรัฐรีโน แอนดี้ตอบไปว่าเจอกันในนรกก่อนเจอที่รีโน และหล่อนก็ออกไปค้างคืนกับควอนตินที่บังกาโลว์เช่าของเขาไม่ไกลจากสนามกอล์ฟ

เช้าวันถัด คนทำความสะอาดพบศพทั้งคู่บนเตียง ถูกยิงศพละสี่นัด

แรงจูงใจพุ่งตรงมายังแอนดี้มากกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งอัยการเขตให้น้ำหนักในการเปิดคำให้การและปิดสำนวนคดี แอนดริว ดูเฟรซ์น เขาพูด ไม่ผิดที่เป็นสามีผู้กระหายการแก้แค้นนองเลือดสำหรับภริยาไม่ซื่อ ซึ่ง อัยการเขตกล่าว เป็นที่เข้าใจได้ว่าไม่สมควรแก่การให้อภัย แต่การแก้แค้นของเขาเลือดเย็นเกินไป ลองพิจารณาเถิด อัยการเขตกล่าวเสียงเครียดต่อคณะลูกขุน สี่นัดและสี่นัด ไม่ใช่หกนัด แต่เป็นแปด เขายิงจนรังเพลิงว่างเปล่า หยุด แล้วเติมกระสุนเพื่อจะยิงซ้ำ  สี่สำหรับเขาและอีกสี่สำหรับหล่อน  เดอะพอร์ตแลนด์ซันพาดหัว เดอะบอสตันรีจีสเตอร์ตีข่าวเรียกเขาว่า ดิอีเวนสตีเว่นคิลเลอร์

เสมียนของโรงรับจำนำไวส์ในลีวิสตันให้การว่าเขาขายปืน .38 โปลิสสเปเชียลให้แอนดริว ดูเฟรซ์นไปสองวันก่อนเหตุฆาตกรรม บาร์เทนเดอร์จากคันทรี่คลับบาร์ให้การว่าแอนดริวมานั่งดื่มตอนหนึ่งทุ่มของ วันที่ 10 กันยายน ดวดวิสกี้ไปสามแก้วในยี่สิบนาที ตอนลุกจากบาร์เขาบอกบาร์เทนเดอร์ว่าจะไปบ้านเกรน ควอนติน และเขา บาร์เทนเดอร์ ก็รับรู้เรื่องราวที่เหลือจากหนังสือพิมพ์ เสมียนคนถัดมา จากร้านแฮนดี้พิคซึ่งห่างจากบ้านควอนตินประมาณหนึ่งไมล์ ให้การต่อศาลว่าดูเฟรซ์นมาป้วนเปี้ยนช่วงสิบห้านาทีก่อนสามทุ่มคืนนั้น ซื้อบุหรี่ เบียร์สามขวด และผ้าเช็ดจาน เจ้าหน้าที่นิติเวชให้การว่าควอนตินและภริยาดูเฟรซ์นถูกฆาตกรรมช่วงเวลาห้า ทุ่มถึงตีสองในคืนวันที่ 10-11 กันยายน นักสืบจากแอตทอร์นี่เจนเนอร์รอลซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ให้การว่าพบจุด ซุ่มดูอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเจ็บสิบหลา บ่ายของวันที่ 11 กันยายน เก็บหลักฐานได้สามชนิดจากที่นั่น อย่างแรก ขวดเบียร์เปล่าสอง (พร้อมรอยนิ้วมือของจำเลย) สอง ก้นบุหรี่สิบสองชิ้น (ยี่ห้อคูลส์ที่จำเลยใช้เป็นประจำ) สาม รอยล้อรถ (ตรงกับหน้ายางรถพลิมัธ ปี 1947 ของจำเลย)

ภายในห้องรับแขกที่บังกาโลว์ของควอนติน  พบผ้าเช็ดจานสี่ผืนบนโซฟา มีรอยรูกระสุนสี่รอยพร้อมเขม่าดินปืน ฝ่ายสืบสวนสันนิษฐาน (โดยความพยามค้านแย้งของทนายฝ่ายจำเลย) ว่าฆาตกรใช้ผ้าห่อปากกระบอกปืนเพื่อเก็บเสียง

แอนดี้ ดูเฟรซ์นให้การปกป้องตนเองอย่างใจเย็น สงบนิ่งและเรียบเฉย เขาบอกว่าเสียงนินทาเรื่องภริยาของเขากับเกรน ควอนตินหึ่งเข้าหูเมื่อต้นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน พอย่างสิงหาคมเขาเริ่มจับตามองหาพิรุธ  ช่วงหัวค่ำซึ่งปกติลินดามักไปซื้อของที่พอร์ตแลนด์หลังตีเทนนิสเสร็จ แอนดี้แอบตามหล่อนกับควอนตินไปที่บ้านเช่าชั้นเดียวของควอนติน (ช่วยไม่ได้ 'รังรัก' โดยหนังสือพิมพ์) เขาจอดรอจนควอนตินขับพาหล่อนกลับคันทรี่คลับที่ซึ่งหล่อนจอดรถไว้ นั่นเป็นสามชั่วโมงต่อมา

"คุณตั้งใจจะบอกศาลว่าภริยาไม่สังเกตเห็นรถพลิมัธซีดานใหม่เอี่ยมของคุณจอดอยู่หลังรถของควอนตินงั้นรึ"  อัยการเขตถามเขาระหว่างซักจำเลย

"กระผมเปลี่ยนรถกับเพื่อนตอนหัวค่ำ" แอนดี้บอก และท่าทีวางเฉยของเขาคล้ายเผยแผนการที่ถูกกำหนดไว้อย่างดี ไม่เข้าท่าเอาเสียเลยจากสายตาของคณะลูกขุน

หลังจากคืนรถให้เพื่อน เขาขับรถตนเองกลับบ้าน ลินดาอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาถามหล่อนว่าพอร์ตแลนด์เป็นอย่างไรบ้าง หล่อนตอบว่าสนุกดี แต่ไม่พบอะไรน่าซื้อ นั่นทำให้กระผมตระหนักแน่ แอนดี้บอกกับเหล่าผู้สังเกตการณ์ที่นั่งใจจดจ่อ พูดอย่างเยือกเย็น น้ำเสียงราบเรียบกล่าวคำให้การภายใต้สัตย์สาบาน

"บอกความรู้สึกของคุณช่วงสิบเจ็ดวันระหว่างเวลานั้น และค่ำคืนที่ภริยาถูกฆาตกรรม"  ทนายความของแอนดี้ถามนำ

"กระผมเจ็บปวดใจ"  แอนดี้พูดน้ำเสียงราบเรียบเยียบเย็น มิต่างกำลังอ่านใบเสร็จรายการสินค้า เขาบอกว่าเขาคิดฆ่าตัวตาย ถึงขนาดลงมือซื้อเลวิสตันเมื่อวันที่ 8 กันยายน

ทนายความของเขาซักนำ เล่าให้คณะลูกขุนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากภริยาเขาไปพบเกรน ควอนตินเมื่อคืนที่เกิดฆาตกรรม แอนดี้บอกพวกเขา และผลกลับยิ่งเลวร้ายหนักเข้าไปอีก

เกล้ากระผมรู้จักเขาจวนเจียนจะสามสิบปีเข้าให้แล้ว  เรียนพระคุณได้เลยว่าเขาเป็นคนมีกึ๋นที่สุดเท่าเกล้ากระผมเคยพบพาน  อะไรเป็นผลดีกับเขา เขาจะค่อย ๆ เผยออกมา หากอะไรเป็นผลร้ายกับเขา เขาจะเก็บเอาไว้ ก็หากเขามีด้านมืดในใจ อย่างที่นักเขียนไม่ก็ใครสักคนมักกล่าว พระคุณจะไม่มีทางล่วงรู้ เขาเป็นคนประเภทที่หากตั้งใจจะฆ่าตัวตาย เขาจะลงมือโดยไม่แม้ทิ้งข้อความร่ำลาไม่จนกว่าพันธะกิจต่าง ๆ เข้าที่เข้าทางของมันดีแล้ว หากเขาแค่ร่ำไห้ในคอกจำเลย หรือเผยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์และสับสนลังเล หรือกระทั่งว่าตะโกนระบายใส่ทนายเขตวอชิงตันสักคำ เกล้ากระผมไม่คิดว่าเขาจะต้องโทษตลอดชีวิตเยี่ยงนี้ ไม่ก็ต้องได้รับทัณฑ์บนเสียตั้งแต่ปี 1954 แต่เขาบอกเล่าเรื่องราวอย่างกับถอดจากเครื่องบันทึกเสียง อย่างกับบอกต่อคณะลูกขุนว่า มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ เอาหรือไม่เอาล่ะ พวกเขาเขี่ยทิ้ง

เขาบอกว่าคืนนั้นเมามาก ดูเหมือนว่าเมาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม อีกอย่างเขาไม่ใช่คอเหล้าที่ดีนัก แน่ล่ะเรื่องนี้ทำคณะลูกขุนกลืนน้ำลายเฮือก พวกเขาไม่มีทางเข้าใจว่านายเยือกเย็นมาดมั่นในชุดสูทสามชิ้นเนี้ยบเนียนนี้ไม่มีทางเมาพับล้มใส่ภริยาใจคดผู้แอบกุ๊กกิ๊กกับนักกอล์ฟอาชีพของเมืองเล็ก ๆ เกล้ากระผมเชื่อเช่นนั้นเนื่องเพราะเกล้ากระผมมีโอกาสเฝ้าดูแอนดี้ซึ่งนายหกคนและคุณนายหกคนนั่นหามิได้

แอนดี้ ดูเฟรซ์นดื่มแค่สี่หนต่อปีตั้งแต่เกล้ากระผมรู้จักเขา ดื่มกับเกล้ากระผมในสนามออกกำลังกายทุกปีช่วงสัปดาห์ก่อนวันเกิดของเขา และสักสองสัปดาห์ก่อนวันคริสมาสต์ แต่ละครั้งเขาจะจัดหาแจ็คแดเนียลมาขวดหนึ่ง เขาซื้อมาด้วยวิธีเดียวกับคนโทษที่นี่กระทำ ค่าจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมกับบางส่วนของเขาเอง จนกระทั่งปี 1965 เราได้รับค่าจ้าง 10 เซ็นต์ต่อชั่วโมง ปี '65 พวกเขาขยับขึ้นเป็น 25 เซ็นต์ ค่านำพาสำหรับเหล้าสิบเปอร์เซ็นต์ ก็หากพระคุณคำนวณรวมสะระตะค่าใช้จ่ายสำหรับจิบวิสกี้ดี ๆ อย่างแบล็คแจ็ค พระคุณก็จะเห็นว่าแอนดี้ ดูเฟรซ์นใช้เวลาอาบเหงื่ออยู่ในโรงซักรีดสักกี่ชั่วโมงสำหรับการดื่มสี่ครั้งต่อปี

เช้าวันคล้ายวันเกิดของเขา 20 กันยายน เขาซดคำโต และอีกทีตอนค่ำหลังจากไฟปิด วันถัดเขาส่งคืนที่เหลือในขวดให้เกล้ากระผมจ่ายแจกพรรคพวก ส่วนอีกขวด อึกหนึ่งในค่ำวันคริสมาสต์และอีกอึกวันสิ้นปี แล้วที่เหลือก็จะมาถึงเกล้ากระผมพร้อมคำแนะนำให้จ่ายแจกจงทั่ว สี่อึกต่อปี นั่นเป็นพฤติกรรมของขี้เมาหยำเปเมาจนได้เลือดกระนั้น

เขาให้การว่าค่ำวันที่ 10 เขาเมามาก จำอะไรแทบไม่ได้เลย เมาแต่บ่าย - "กระผมดื่มอย่างห้าวหาญ" ประมาณนั้นก่อนกลับไปหาลินดา

หลังจากหล่อนออกไปพบควอนติน เขาจำได้ว่าตัดสินใจจะจบความกับคนทั้งสอง ระหว่างทางไปบ้านควอนติน เขาแวะดื่มที่คลับแก้วสองแก้ว เขาจำ เขาบอก ไม่ได้ว่ากล่าวกับบาร์เทนเดอร์ว่าเขาจะ "อ่านที่เหลือจากหนังสือพิมพ์" หรือพูดอะไรเทือกนั้น  จำได้แค่แวะซื้อเบียร์ ไม่ใช่ผ้าเช็ดจาน "กระผมจะเอาผ้าเช็ดจานไปทำอะไร" เขาถาม และหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งรายงานว่าสุภาพสตรีสามท่านในคณะลูกขุนถึงกับเกิดอาการสั่นกลัว

หลังจากนั้น เนิ่นนานหลังจากนั้น เขาพิเคราะห์ให้เกล้ากระผมฟังเรื่องพนักงานที่ให้การเป็นพยานเกี่ยวแก่ผ้าเช็ดจานนั่น และเกล้ากระผมคิดว่าน่าจะจดถ้อยคำของเขาเก็บไว้ "สมมติว่า ระหว่างการสืบพยาน" แอนดี้พูดหนหนึ่งในสนามออกกำลังกาย  "พวกเขาปะเข้ากับนายคนที่ขายเบียร์ให้เราเมื่อคืนนั้น เหตุการณ์ผ่านไปสามวัน เรื่องถูกหนังสือพิมพ์โหมประโคม พวกเขาน่าจะรุมนายคนนั้น ตำรวจห้าหกคน รวมนายหัวครกจากสำนักอัยการกับพวกผู้ช่วย ความทรงจำเป็นสิ่งสวยงามว่ามั้ยเรด พวกเขาอาจเริ่มที่ 'เป็นไปได้มั้ยว่าเขาอาจซื้อผ้าเช็ดจานสักสี่ห้าผืน' แล้วไต่เต้าเอาจากตรงนั้น มีใครหลายคนคาดหมายให้คุณจดจำบางอย่าง หรือนั่นมิใช่คำชักชวนยวนใจชั้นดี"

เกล้ากระผมเชื่อว่าเป็นไปได้

"แต่ยังมีบางอย่างทรงพลังไปกว่านั้น"  แอนดี้ครุ่นรำพึง "เราว่านายคนนั้นมีแนวโน้มจะตอบไปเยี่ยงนั้น มันคล้ายกับว่าเขาออกไปยืนหน้าเวที นักข่าวยิงคำถาม ภาพของเขาถูกตีพิมพ์...พาดหัวหน้าแรก แน่ล่ะ เมื่อทุกสายตาหันมอง เราไม่ได้หมายความว่าเขาเสแสร้งปั้นแต่งหรือให้การเท็จ เป็นไปได้ว่าเขาอาจผ่านเครื่องจับเท็จหรือให้คำสัตย์สาบานว่าเราได้ซื้อผ้าเช็ดจานนั่น แต่ก็นั่นแหละ...ความทรงจำเป็นเรื่องเหลือทนจริง ๆ 

เรารู้ดี มาตรว่าทนายของเราจะคิดว่าเราโกหกเสียครึ่งค่อนเรื่อง เขาไม่เคยใส่ใจเรื่องผ้าเช็ดจานนั่น มันงี่เง่า เราเมาเช็ด เมาเกินจะมานั่งกังวลกับห่อปลายกระบอกปืน หากเป็นเรา เราก็แค่ส่งพวกนั้นไปผุดไปเกิดก็เท่านั้น"

เขาจอดรถที่ลานจอด ซดเบียร์อัดบุหรี่ นั่งดูไฟชั้นล่างของบ้านควอนติดดับลง ดูไฟดวงเดียวชั้นบนติดอยู่...และสิบห้านาทีถัดมา เขาดูมันดับลง เดาได้เลยว่าที่เหลือเป็นอย่างไรเขาบอก

"คุณดูเฟรซ์น ตกลงคุณเข้าไปในบ้านคุณควอนตินและฆ่าคนทั้งสองหรือเปล่า"  ทนายตะคอกถาม

"เปล่า กระผมไม่ได้ทำ"  แอนดี้ตอบ ช่วงเที่ยงคืน เขาบอก เขาเริ่มส่าง แต่ยังรู้สึกเมาค้าง เขาตกลงใจว่าจะกลับบ้านและเข้านอนเสียแล้วค่อยทบทวนเรื่องทั้งหมดอย่างผู้มีวุฒิภาวะสมควรกระทำในวันพรุ่ง "เวลานั้นตอนขับกลับบ้าน กระผมเริ่มได้คิดว่าทางที่ดีปล่อยหล่อนไปรีโนแล้วเซ็นหย่าให้หล่อนเสีย"

"ขอบคุณ คุณดูเฟรซ์น"

ทนายเขตปิดท้าย

"คุณเซ็นหย่าให้หล่อนแบบเร็วด่วนด้วย .38 รีวอลเวอร์หุ้มปากกระบอกด้วยผ้าเช็ดจาน ใช่หรือไม่"

"ไม่ใช่ขอรับ กระผมมิได้กระทำ"  แอนดี้พูดเสียงเรียบเฉย

"แล้วคุณก็ยิงชู้รักของหล่อน"

"เปล่าขอรับ"

"คุณหมายความว่าคุณยิงควอนตินก่อนล่ะหรือ"

"กระผมหมายถึงว่ากระผมไม่ได้ยินคนทั้งสอง กระผมดื่มเบียร์ไปสองขวดและสูบบุหรี่ อย่างที่ตำรวจพบก้นบุหรี่จำนวนมากที่ลานจอด แล้วกระผมก็ขับกลับบ้านเข้านอน"

"คุณให้การต่อศาลว่าระหว่างวันที่ยี่สิบห้าสิงหาคมถึงสิบกันยายนคุณเคยคิดฆ่าตัวตาย"

"ใช่ขอรับ"

"คิดมากพอให้ซื้อรีวอลเวอร์"

"ขอรับ"

"มันจะเป็นการรบกวนเกินไปไหมคุณดูเฟรซ์น หากผมจะบอกว่าคุณจะยังไงก็ดูไม่เหมือนคนคิดฆ่าตัวตาย"

"ไม่ขอรับ"  แอนดี้พูด  "แต่คุณเองสำหรับกระผมก็ไม่ได้ดูเหมือนคนอ่อนไหวอะไร กระผมยังนึกสงสัยตัวเองว่ารู้สึกอยากฆ่าตัวตายจริงหรือไม่ คุณน่าจะมีปัญหาอย่างกระผมดูสักที"

บรรยากาศตึงเครียดหัวนมลุกชัน แต่เขาก็ไม่ได้สักแต้มจากคณะลูกขุน

"คุณเอาจุดสามแปดติดตัวไปด้วยหรือไม่ในคืนวันที่สิบกันยายน"

"เปล่าขอรับ เรื่องนั้นพิสูจน์ทราบแล้ว"

"โอ ใช่เลย"  ทนายเขตยิ้มหยัน  "คุณขว้างมันลงแม่น้ำใช่ไหม แม่น้ำเดอะโรเยล ในบ่ายวันที่เก้ากันยายน"

"ใช่ขอรับ"

"หนึ่งวันก่อนการฆาตกรรม"

"ใช่ขอรับ"

"อย่างสะดวกโยธิน"

"มันไม่ใช่เรื่องสะดวกโยธินขอรับ เป็นแค่ข้อเท็จจริง"

"ผมคิดว่าคุณรับรู้ผลการพิสูจน์หลักฐานของลิเทอแนน มินเชอร์แล้วสินะ"  มินเชอร์รับผิดชอบเรื่องลากอวนค้นหาหลักฐานก้นแม่น้ำโรเยลใกล้สะพานพอนด์โรดซึ่งแอนดี้ให้การว่าโยนปืนลงแม่น้ำบริเวณนั้น ตำรวจไม่พบอะไร

"ใช่ขอรับ คุณทราบดีว่ากระผมรับรู้"

"เหตุนั้นคุณจึงได้ยินเขาให้การต่อศาลว่าไม่พบอะไร ทั้งที่ลากอวนตั้งสามวัน นั่นก็เป็นเรื่องสะดวกโยธินหรือมิใช่"

"สะดวกโยธิน เป็นความจริงที่ว่าพวกเขาไม่พบปืน"  แอนดี้โต้ตอบอย่างเยือกเย็น  "แต่กระผมใคร่เรียนคุณทั้งสองรวมทั้งคณะลูกขุนว่าสะพานพอนด์โรดอยู่ใกล้ปากอ่าวยาร์เมาธ์ซึ่งกระแสน้ำไหลแรง ปืนน่าจะถูกพัดพาออกปากอ่าว"

"จึงไม่สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบรอยลำกล้องปืนจากกระสุนบนศพภริยาคุณและนายเกรน ควอนตินกับลำกล้องปืนของคุณ ถูกต้องมั้ยคุณดูเฟรซ์น"

"ขอรับ"

"นั่นก็สะดวกโยธิน ถูกต้องมั้ย"

เวลานั้น ดูจากหนังสือพิมพ์ เป็นหนหนึ่งที่แอนดี้ปล่อยให้อารมณ์หลุดลอดออกมานิดหน่อยจากตลอดหกสัปดาห์ของการสอบสวน เขาอมยิ้ม

"ด้วยเหตุว่ากระผมหาได้ข้องเกี่ยวกับฆาตกรรมนี้ และเป็นความจริงที่ว่ากระผมได้โยนปืนทิ้งลงแม่น้ำหนึ่งวันก่อนเหตุฆาตกรรม จึงเป็นการไม่สะดวกโยธินสำหรับกระผมเลยที่หาปืนไม่พบ"

ทนายเขตรุกไล่เขาตลอดสองวัน อ่านซ้ำคำให้การของพนักงานร้านแฮนดี้พิคเรื่องผ้าเช็ดจาน แอนดี้ย้ำว่าเขาจำไม่ได้ว่าซื้อผ้าเช็ดจาน แต่ก็ยอมรับเขาจำไม่ได้ว่าไม่ได้ซื้อ

จริงหรือไม่ที่แอนดี้และลินดา ดูเฟรซ์นซื้อประกันร่วมเมื่อต้นปี 1947 เรื่องนั้นจริง และหากจ่ายคืน แอนดี้จะได้รับเงินห้าหมื่นเหรียญ จริง และจริงหรือไม่ที่แอนดี้บุกเข้าบ้านเกรน ควอนตินด้วยจิตอาฆาตมาดร้าย และจริงหรือไม่ที่เขาลงมือฆาตกรรมทั้งสอง ไม่ ไม่จริง หากเยี่ยงนั้นเขาคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งไร้ร่องรอยงัดแงะแม้น้อย

"ไม่ทราบสิขอรับ"  แอนดี้พูดเสียงแผ่ว

คณะลูกขุนประชุมตอนบ่ายโมงของวันพุธขณะหิมะโปรยปราย สิบสองคนหญิง-ชายกลับออกมาตอนบ่ายสามครึ่ง เจ้าพนักงานบอกว่าพวกเขาสมควรกลับออกมาเร็วกว่านั้น แต่ติดวิสาสะกับมื้อใหญ่จากภัตตาคารเบ็นลี่ย์ พวกเขาสรุปว่าแอนดี้มีความผิด และพระคุณเอ๋ย หากรัฐเมนมีโทษประหารชีวิต เขาจะได้รับมันก่อนที่ดอกโครคัสฤดูใบไม้ผลิจะทันโผล่จากหิมะ

ทนายเขตถามเขา คิดว่าเกิดอะไรขึ้น  แอนดี้ปัดไม่ตอบคำถาม เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร และเกล้ากระผมระแคะระคายก็เมื่อหัวค่ำหนึ่งของปี 1955 เราใช้เวลาร่วมเจ็ดปีจากแค่พยักหน้าให้กันจนกลายสหายสนิท แต่เกล้ากระผมกลับไม่เคยรู้สึกว่าเข้าใกล้เขากระทั่งปี 1960 ประมาณนั้น และเกล้ากระผมเชื่อว่ามีแต่เกล้ากระผมที่เขาสนิทสนมด้วย เราใช้เวลาร่วมกันอย่างยาวนาน จากจุดเริ่มจนจุดสุดท้าย มาตรแม้ว่าเกล้ากระผมจะยังเดินอยู่แค่กึ่งกลางในโถงทางเดินถึงเขา

"นายคิดว่าไง"  เขาหัวร่อแต่ไร้สำเนียงขบขัน  "เราว่ามันต้องมีไอ้ตัวซวยลอยไปลอยมาแถวนั้นค่ำนั้น แบบว่ามารวมตัวกันโดยบังเอิญ เราว่าต้องมีใครสักคน ใครสักคนเกิดขับรถยางแบนผ่านมาหลังจากเรากลับบ้านไปแล้ว ไม่ตีนแมวก็พวกโรคจิต มันฆ่าพวกเขา และเราถูกส่งมาที่นี่"


***
(มีต่อ)

Rita Hayworth and the Shawshank Redemption : Stephen King [1]

ธุลีดิน : พากษ์ไทย

1

คนอย่างเกล้ากระผมมีอยู่ทั่วไปทุกเรือนจำรัฐและเรือนจำกลางในสหรัฐอเมริกา ประมาณว่า - ประเภทจัดให้  อาจเป็นบุหรี่สั่งทำ บุหรี่ยัดไส้สักถุงหากพระคุณเกิดอยาก บรั่นดีสักขวดสำหรับเฉลิมฉลองวันเรียนจบไฮสกูลของลูก ๆ ได้ทั้งนั้น ขอแค่ ก็อย่างว่านั่นแหละ ไม่มีของฟรีในโลก

เกล้ากระผมมาอยู่ที่ชอแช็งค์ตั้งแต่อายุยี่สิบ หนึ่งในน้อยนิดของครอบครัวเล็ก ๆ เปี่ยมสุข ผู้ซึ่งยินยอมพร้อมใจรับผลอันได้กระทำฆาตกรรม เกล้ากระผมซื้อกรมธรรม์ก้อนโตให้ภรรยาซึ่งแก่กว่าสามปี แล้วลงมือจัดการเบรคของเจ้าเชฟโรเลตคูเป้ซึ่งพ่อตายกให้เป็นของขวัญวันแต่ง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เว้นแต่เกล้ากระผมมิได้กะเกณฑ์ไว้ว่าเจ้าหล่อนจะหยุดรับเพื่อนบ้านกับลูกน้อยระหว่างลงจากแคซเซิ้ลฮิลล์เข้าเมือง เบรคไม่จับและรถพุ่งฝ่าดงไม้ในเมือง เร็วจี๋  ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าน่าจะสักห้าสิบไม่ก็กว่าตอนพุ่งชนฐานอนุสาวรีย์สงครามกลางเมืองและลุกไหม้

อีกอย่างเกล้ากระผมมิได้วางแผนเรื่องจะถูกจับกุม และก็โดน เกล้ากระผมได้บัตรผ่านเข้ามาที่นี่ รัฐเมนไม่มีโทษประหารชีวิต แต่ทนายเขตเล็งเห็นแล้วว่าเกล้ากระผมทุ่มเทอุตสาหะสำหรับความตายทั้งสามจึงเสนอจำคุกตลอดชีวิตสำหรับสามชีวิต ทีละชีวิต ปิดประตูที่จะขอทัณฑ์บนเสียมิดชิด

ท่านผู้พิพากษาเรียกสิ่งที่เกล้ากระผมกระทำว่า  "ความชั่วร้าย อาชญากรรมอันชั่วร้าย"  และมันก็เป็นอย่างที่ว่า และมันก็ผ่านพ้นมาเนิ่นนานแล้ว พระคุณสามารถเสาะค้นหาได้จากสมุดหน้าเหลืองของแคสเซิลร็อค ที่ซึ่งวีรกรรมหาญกล้าน่าขันของเกล้ากระผมพาดหัวใหญ่โตอยู่ข้าง ๆ ข่าวฮิตเลอร์กับมุสโสลินีและเอฟดีอาร์ส อัลฟาเบต ซุป เอเจนซี่ส์ (FDR's alphabet soup agencies) (ยังไม่ทราบจะแปลว่าอะไร ท่านผู้รู้ช่วยที-ผู้แปล)

ที่ผ่านมาเกล้ากระผมสำนึกผิดแล้วหรือยัง พระคุณอาจนึกอยากถาม กระผมจนด้วยเกล้า อย่างน้อยปล่อยการจองจำทำหน้าที่ของมันไป เกล้ากระผมเชื่อว่าสำนึกผิดเป็นภาษาการเมือง มันจะต้องมีความหมายอื่นอีก และสักวันเกล้ากระผมคงได้มีโอกาสค้นหา เอาไว้ภายหน้า บางสิ่งบางอย่างย้อนแย้งตัวมันเองคร้านครุ่นเพ้อ เกล้ากระผมยังหนุ่มแน่น ดูดี และมาจากฝั่งจนยากของเมือง เกล้ากระผมกระเดาะโฉมงาม หัวแข็งเจ้าอารมณ์ผู้ซึ่งพำนักคฤหาสน์เก่าแก่บนถนนคาร์ไบน์  คุณพ่อของหล่อนยอมให้แต่งหากเกล้ากระผมตกลงก้มหน้าก้มตาทำงานกับบริษัทแว่นตาของท่าน มาพบทีหลังว่าท่านแค่ต้องการเก็บเกล้ากระผมไว้ใกล้ตัวเหยียบไว้ใต้ส้นเท้า มิต่างสัตว์เลี้ยงหัวดื้อที่ไม่ใช่แค่รื้อบ้านทีเผลออาจกัด สุดท้ายชิงชังก็มีชัยส่งผลให้เกล้ากระผมกระทำอย่างที่ได้กราบเรียน

หากย้อนเวลาได้เกล้ากระผมจะไม่กระทำอีก แต่ก็ไม่มั่นใจว่านั่นคือสำนึกผิดหรือไม่

เอาเถอะ ที่ต้องการเล่าให้พระคุณฟังหาใช่ตัวเกล้ากระผมเอง เกล้ากระผมจะเล่าเรื่องของนายคนที่ชื่อแอนดี้ ดูเฟรซ์น แต่ก่อนจะเล่าถึงแอนดี้ เกล้ากระผมมีความจำเป็นต้องอรรถาธิบายกระทงความอันเกี่ยวเนื่องด้วยตัวเกล้ากระผมอีกสักเล็กน้อย จะไม่กวนเวลาพระคุณไปเนิ่นนานเลย    

อย่างที่ได้กราบเรียน เกล้ากระผมคือไอ้คนจัดหาในเรือนจำชอว์แช็งค์นี่ ประทานโทษ ผ่าสิ สี่สิบปีเข้าให้แล้ว ไม่ใช่แค่จำพวกของเถื่อนอย่างบุหรี่เถื่อนเหล้าเถื่อน มาตรว่าของจำพวกนี้มักครองรายการอันดับต้น ๆ ก็ตามที แต่อีกหลายพันรายการที่จะช่วยให้พวกคนโทษผ่านวันเวลาที่นี่ไป บางอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่แน่ล่ะผ่านยากกับสถานที่ซึ่งพลาดล่ะโดนหนัก มีอยู่คนหนึ่ง เข้ามาด้วยโทษข่มขืนเด็กหญิงแล้วกำเริบใจจัดการไปอีกครบโหล เกล้ากระผมจัดหาหินอ่อนเวอร์มอนต์ให้สามชิ้น นายนั่นแกะรูปสลักน่ารักน่าชังสามรูป เด็กน้อย เด็กชายและชายหนุ่มมีหนวดเครา ตั้งชื่อว่าจีซัสสามวัย และรูปสลักพวกนั้นเวลานี้ตั้งอยู่ในห้องรับแขกของท่านอดีตนายกเทศมนตรี

ไม่ก็ นี่คือชื่อที่พระคุณอาจจดจำหากเติบโตทางตอนเหนือของเมสซาชูเสต์ส - โรเบิร์ต อลัน คอต ปี 1951 ตาแกลงมือปล้นธนาคารเดอะเฟิร์ทเมอร์แคนไทล์แบ็งค์ออฟเมคคานิคฟอลล์ส เป็นการปล้นเลือดสาด ตายไปหก เป็นพวกปล้นสอง ตัวประกันสาม  หนึ่งเป็นตำรวจรัฐที่โผลศีรษะผิดที่ผิดเวลาโดนกระสุนเข้าเบ้าตา คอตชอบสะสมเหรียญเพ็นนี ปกติเรือนจำไม่อนุญาต แต่ด้วยความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแม่แกและคนกลางที่เคยเป็นสารถีรถผ้า เกล้ากระผมจึงจัดหามาให้ บอกตะแกไปว่า บ็อบบี้ แกท่าจะบ้า สะสมเหรียญในโรงแรมผนังหินที่เต็มด้วยหัวขโมยนี่นะ ตะแกมองจ้องเกล้ากระผม ยิ้มแล้วพูด ข้ารู้ว่าจะเก็บไว้ที่ไหน รับรองปลอดภัยหายห่วง และก็ถูกของแก บ็อบบี้ คอตสิ้นชีพด้วยอาการสมองบวมในปี 1967 จนป่านนี้ยังไม่มีใครพบเห็นของสะสมของแก

เกล้ากระผมได้ช็อคโกเลตสำหรับวันวาเลนไทน์ ได้นมปั่นน้ำเขียวของร้านแม็คโดนัลด์ช่วงวันเซนต์แพ็ดดี้มาสามแก้วสำหรับนายคนไอริซจอมเง่าชื่อโอมอลลี่ เกล้ากระผมเป็นคนจัดฉายหนังรอบดึกเรื่องดีพโทรตและเดอะดีวิลอินมิสโจนส์สำหรับงานเลี้ยงของยี่สิบคนโทษที่ร่วมลงขันค่าเช่าหนัง ตบท้ายด้วยเกล้ากระผมโดนขังเดี่ยวหนึ่งสัปดาห์สำหรับลูกบ้าเล็ก ๆ นั่น มีความตื่นเต้นเร้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอสำหรับคนที่จะได้ครอบครองสิ่งของต้องการ

เกล้ากระผมจัดหาตั้งแต่หนังสือรับรองจนหนังสือปกขาว นิยายขำขัน และบ่อยครั้งเป็นก.ก.น.ของภริยาหรือแฟนสาว เดาว่าพระคุณคงทราบดีว่าพวกที่นี่เขาทำอะไรกันในระหว่างค่ำคืนยาวนานซึ่งเวลาเป็นคล้ายใบมีดโกนคมกริบ เกล้ากระผมมิได้จัดหาเพื่อแลกตัวเงิน และของบางอย่างก็ราคาก็สูงเสียด้วย เกล้ากระผมมิเคยคิดกระทำเพื่อเงิน เงินมันจะอะไรกันนักหนา เกล้ากระผมมิเคยคิดเป็นเจ้าของรถคาดิแลคหรือบินไปจาไมก้าสักสองสัปดาห์ในเดือนกุมภาฯ เกล้ากระผมกระทำด้วยเหตุผลเดียวกับที่คนขายเนื้อเลือกขายแต่เนื้อสด ๆ เกล้ากระผมเป็นที่ยอมรับนับถืออยู่ไม่น้อยและคาดหวังจะรักษามันไว้ มีอยู่สองอย่างที่เกล้ากระผมไม่คิดข้องเกี่ยวคือปืนกับยาเสพติดร้ายแรง เกล้ากระผมมิเคยคิดช่วยเหลือใครฆ่าตัวตายหรือฆ่าใครอื่น สิ่งนั้นฝังหัวเกล้ากระผมมานานพอแล้วนานชั่วชีวิตนั่นเลยเทียว 

แน่นอนทีเดียว เกล้ากระผมคือแฟนประจำของร้านนีแมน-มาคัส ก็เลยตอนที่แอนดี้ ดูเฟรซ์นโผล่มาเมื่อปี 1949 และถามว่าเกล้ากระผมจะแอบฉกเอาริต้า เฮเวิร์ธมาให้เขาได้หรือไม่ เกล้ากระผมตอบไปว่าไม่มีปัญหา และมันก็เป็นเยี่ยงนั้น

****

(อ่านต่อวันพรุ่ง)
หมายเหตุ : ข้าพเจ้าลองเปลี่ยนปีค.ศ.เป็น พ.ศ.แล้ว แต่ดูอิหลักอิเหลื่อด้วยบรรยากาศเรื่องอยู่อีกฝั่งโลก ผู้เล่าเองก็เป็นคนอีกฟากโลกซึ่งใช้ค.ศ.เป็นปกติวิสัย เยี่ยงเดียวกับชื่อสถานที่  เห็นควรเรียกทับศัพท์ชื่อที่ใช้เรียกกันหาควรแปลความหมายไม่ ข้าพเจ้าจึงคงปีค.ศ.ไว้